วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

อสังหากำไร 1.6 หมื่นล.

นายพงษ์พิพัฒน์ สารพัฒน์ 4901202105


PRIN-PS เพิ่มขึ้นเท่าตัวผลประกอบการ "หุ้นอสังหาฯ กลุ่มที่อยู่อาศัย"สุดสวย ปี 51 คาดโชว์กำไรสุทธิ 1.6 หมื่นล้านบาท โตกว่า 44% จากปี50 เหตุรับแรงหนุนมาตรการลดภาษีกระตุ้นอสังหาฯ พร้อมบุ๊ครายได้คอนโดที่ขาย 1-2 ปีก่อนทะลักเข้ามาจำนวนมาก คาด PRIN มีกำไรสุทธิ 334 ล้านบาท เติบโตสูงสุด 300% ด้าน PS ไม่น้อยหน้ากำไรสุทธิ 2,305 ล้านบาท โตกว่า82% ขณะที่ MJD กำไรสุทธิโต 75% มาที่ 493 ล้านบาท บล.เอเชียพลัส แนะซื้อลงทุน 4หุ้นเด่นฐานะการเงินแกร่ง-แบ็กล็อกสูง ได้แก่ AP-LPN-QH-PSนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการในงวดปี 2551 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (พัฒนาที่อยู่อาศัย) คาดการณ์จะเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับงวดปี 2550 เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาฯของรัฐบาล ที่ลดภาษีธุรกิจเฉพาะเหลือ 0.1% จากเดิม 3% และลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือ 0.01% จากเดิม 2% ซึ่งมีผลมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/51 เป็นต้นมา ส่งผลให้กลุ่มที่อยู่อาศัยได้กำไรจากการขายเพิ่มมากขึ้น จากเดิมได้กำไร 11.5% ก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14-15% ประกอบกับมีการบันทึกรายได้จากคอนโดมิเนียมเดิมที่ขายได้ใน 1-2 ปีที่แล้วเข้ามาจำนวนมาก ทำให้รายได้และกำไรสุทธิของกลุ่มที่อยู่อาศัยในปี 2551 เติบโตเพิ่มขึ้นมากสำหรับปี 2551 คาดการณ์ว่ากลุ่มอสังหาฯ เฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยจะมีรายได้รวม 110,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 18.2% จากปี 2550 ที่มีรายได้รวม 102,915 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิในปี 2551 คาดว่าจะอยู่ที่ 16,042.17 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 44% จากปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 11,146.81 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าหลักทรัพย์ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2551 มากที่สุด อันดับที่ 1 คือ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 334 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 300% หรือ 3 เท่า จากปี 2550 ที่มีฐานกำไรสุทธิอยู่ที่ 78 ล้านบาท รองลงมา คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS ที่คาดว่าปี 2551 จะมีกำไรสุทธิ 2,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% จากปี 2550ขณะที่รองลงมาอันดับที่ 3 บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD คาดกำไรสุทธิในปี 2551 จะอยู่ที่ 493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากปี 2550 อันดับที่ 4 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI คาดว่าปี 2551 มีกำไรสุทธิ 1,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน อันดับที่ 5 บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH คาดกำไรสุทธิในปี 2551 จะอยู่ที่ 1,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปี 2550 นอกจากนี้ อันดับที่ 6 บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP คาดกำไรสุทธิในปี 2551 จะอยู่ที่ 1,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากปี 2550 อันดับที่ 7 บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ที่คาดในปี 2551 จะมีกำไรสุทธิ 1,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2550 อันดับที่ 8 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI คาดว่าปี 2551 จะมีกำไรสุทธิ 1,094 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2550 และสุดท้าย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH คาดกำไรสุทธิในปี 2551 จะอยู่ที่ 3,868 ล้านบาท เติบโต 22% จากปี 2550 นายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า แนวโน้มผลกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 2552 คาดการณ์ว่าจะยังมีการเติบโตได้ เนื่องจากรัฐบาลได้มีการต่ออายุมาตรภาษีกระตุ้นอสังหาฯ ในส่วนของการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกไปอีก 1 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2552 เป็นเดือนมีนาคม 2553 นอกจากนี้รัฐบาลยังมีการออกมาตรการเพิ่มเติมเข้ามาช่วยกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯอีก คือ มาตรการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยผ่อนบ้านจากปีละ 100,000 บาท เป็น 200,000 บาท และการจัดตั้งบริษัทรับประกันสินเชื่อ (มอร์เกจ อินชัวรันซ์) ขึ้นมา ทำให้ผู้ซื้อบ้านไม่ต้องวางเงินดาวน์ หรือสามารถกู้สินเชื่อได้ถึง 100% ของราคาบ้าน นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ หุ้นอสังหาฯ กลุ่มที่อยู่อาศัย ที่บมจ.บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส ให้ความสนใจ และให้น้ำหนักแนะนำให้ลงทุนในปี 2552 มีอยู่ 4 บริษัท คือ AP, LPN, QH และ PS เนื่องจากมองว่าทั้ง 4 บริษัท มีโครงสร้างทางการเงินที่ปลอดภัยสามารถรับสภาพตลาดผันผวนจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2552 ได้ดี และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่รอบันทึกรายได้ในปี 2552 อยู่ในระดับที่สูง นอกจากนี้ ทั้ง 4 บริษัทยังเป็นผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยในแต่ละตลาด คือ LPN เป็นผู้นำคอนโดมิเนียมระดับกลางและล่าง PS เป็นผู้นำตลาดทาวน์เฮาส์ ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) 60 กว่า% AP เป็นผู้นำโครงการอสังหาฯในเมือง ทั้งทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม และ QH เป็นผู้นำบ้านระดับบน (ไฮเอ็นด์) อย่างไรก็ตาม บมจ.บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส กำหนดราคาเป้าหมายของหุ้นทั้ง 4 ตัวดังกล่าวในปี 2552 ได้ดังนี้ คือ AP ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 3.05 บาท/หุ้น , LPN ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 3.47 บาท, QH ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.18 บาท/หุ้น และ PS ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 7.64 บาท/หุ้น ส่วน LH ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอสังหาฯ ไม่แนะนำให้ลงทุน เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในกระดานปัจจุบันค่อนข้างแพงแล้ว เมื่อเทียบกับ P/E +++++++++++++++++++++++++++++

ที่มา .. http://www.norsorpor.com/ข่าว/m1065602/อสังหากำไร%201.6%20หมื่นล

คำถาม
1.ในปี 2551 ที่ผ่านมา รัฐบาล ได้ลดภาษีธุรกิจเหลือจาก 0.3% เหลือเท่าไร และลดค่าธรรมเนียมการโอนเหลือเท่าไร

2. แนวโน้มผลกำไรในปี 2552 ยังมีการเติบโตได้เนื่องจาก ???

3. การจัดตั้งบริษัทรับประกันสินเชื่อ (มอร์เกจ อันชัวรันซ์) มีผลทำให้ผู้ที่คิดจะซื้อบ้านเป็นอย่างไร ???

ไม่มีความคิดเห็น: