วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สภาพคล่องเงินบาทเริ่มตึงตัวหลังวิกฤติการเงินสหรัฐ

จัดทำบทความโดย ::
นางสาว ศศินัยน์ ธัญญปกรณ์พันธ์ 4901202064


เรื่อง ::
สภาพคล่องเงินบาทเริ่มตึงตัวหลังวิกฤติการเงินสหรัฐ
"ณรงค์ชัยชี้ วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐ ที่กำลังเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายไป โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างธนาคารหายไปและในตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น เงินกู้ดอลลาร์สหรัฐระยะยาวก็กำลังจะหายไป"

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐ ที่กำลังเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายไป โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างธนาคารหายไปและในตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้น เงินกู้ดอลลาร์สหรัฐระยะยาวก็กำลังจะหายไป
นายณรงค์ชัย กล่าวว่า การที่ไทยมีโครงการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งมีแผนที่จะระดมเงินทั้งจากการกู้เงินดอลลาร์สหรัฐและกู้เงินสกุลบาทผสมกัน แต่ขณะนี้ธนาคารที่ตกลงจะปล่อยกู้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐไม่ปล่อยกู้แล้วจะต้องกู้เป็นสกุลเงินบาท หรือกู้เงินบาทแล้วนำไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ สภาพการณ์เช่นนี้ จะทำให้ความต้องการกู้เงินบาทมีมากขึ้นและขณะนี้เริ่มขึ้นแล้ว จนทำให้สภาพคล่องเงินบาทที่เคยล้นระบบเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดจะทำให้สถาบันการเงินไทยเริ่มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่จะกู้เงินไปใช้ในการดำเนินธุรกิจจะยากกว่าเดิม และทำให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องเกิดขึ้นตามมา

ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่จะไม่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐทางการสหรัฐมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องการที่จะรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเอาไว้ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐออกมาต่ำ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นั้น เป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยไลบอร์และอัตราดอกเบี้ยไลบอร์กำหนดอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินของโลก

ด้านการส่งออกของไทย นายณรงค์ชัย กล่าวว่า จะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไทยได้กระจายตลาดออกไปแล้ว แต่การส่งออกจะไม่ขยายตัวมากอย่างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพราะยังไม่มีผู้ใดทราบว่า มาตรการช่วยเหลือมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลจะเป็นอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าจะช่วยไม่ให้สถาบันการเงินปิดลงมากไปกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถาบันการเงินอยู่รอด ซึ่งจากนี้ไปสถาบันการเงินมีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันซื้อทรัพย์สินระหว่างกันมากขึ้น ผู้ถือหุ้นสถาบันการเงินจะหมดตัว อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์สถาบันการเงินในสหรัฐจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ยังไม่ทราบว่า จะจบลงเมื่อใด

นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเงินดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ ทำให้ในระยะต่อไปจะเกิดตราสารการเงินในสกุลอื่น ๆ เพิ่มขึ้น จากที่ผ่านมาตราสารการเงินส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นมากตามความต้องการของตลาดและผลพวงจากความไม่มั่นใจในอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้ช่วงระยะข้างหน้า การตกลงการค้าจะหันไปใช้เงินสกุลอื่นแทนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยประเทศในเอเชียจะมีการใช้เงินสกุลเอเชียค้าขายระหว่างกันมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีแนวคิดแต่ทำไม่ได้ โดยเงินสกุลที่น่าจะนำมาใช้ค้าขายระหว่างกันได้แก่ เงินสกุลหยวนของจีน เยนญี่ปุ่น และเงินวอนของเกาหลี ซึ่งในอนาคตเอเชียบอนด์น่าจะเกิดขึ้นได้



คำถามท้ายเรื่อง ::

1.วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คิดว่ามีผลกระทบกับประเทศไทยมากน้อยเพียงใด
2.นอกจากในบทความดังกล่าวข้างต้นนี้ คิดว่ามีผลกระทบด้านใดอีกที่ส่งผลต่อประเทศไทย

3.ประเทศในเอเชียสามารถใช้เงินสกลุเอเชียค้าขายระหว่างกันได้หรือไม่ อย่างไร

4 ความคิดเห็น:

Utccba205g1 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Utccba205g1 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1. มีผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายไป โดยเฉพาะเงินกู้ระหว่างธนาคารหายไปและในตลาดเงิน

2. เศรษฐกิจย่ำแย่ การค้าขายซบเซา เนื่องจากความสามารถในการซื้อจากประชาชนลดลง

3. ไม่ได้ เพราะการใช้เงินสกุลร่วมกันหลายประเทศ ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายการเงิน เช่น เศรษฐกิจบางประเทศชะลอตัวลงอย่างมาก จึงควรลดดอกเบี้ย แต่ไม่สามารถทำได้ ขณะที่บางประเทศมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับที่ดี หากต้องลดดอกเบี้ย ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ

ชื่อ น.ส.เกศินี เดชากร เลขทะเบียน 4901202036

Utccba205g1 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1.วิกฤตสถาบันการเงินสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีผลกระทบกับประเทศไทยในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่มากนักอาจะเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบทางอ้อมมากกว่าทั้งนี้เพราะรัฐบาลคอยเตรียมการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

2.ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวที่จะชะลอตัวลง

3.ไม่ได้ เพราะประเทศในแถบเอเชียยังไม่มีประเทศใดเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจเหมือนกับสหรัฐฯ จึงยังไม่สามารถมีใช้เงินสกุลอื่นมาทดแทนได้ แต่ในอนาตค หากประเทศจีน สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจได้ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้เงินหยวน แทนเงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐฯ ได้

................................

ชื่อ น.ส.นภาพร ยะตินันท์ เลขทะเบียน 4901202146

PS. คำถามยากมาก อ่านบทความแล้วก้อยังงงๆ คำถามเหมือนจะอยู่นอกบทความอีก ทำให้ งง ยิ่งขึ้นไปอีก ยิ่งข้อสุดท้าย งง หนักเรย นึกว่าทำข้อสอบระดับชาตินะเนี่ย

utccba205g2 กล่าวว่า...

1. การที่บริษัทเลแมน บราเธอร์ ล้มละลายไปส่งผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์ของอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในประเทศแล้วเป็นจำนวนน้อยมาก ฉะนั้นผลกระทบก็อยู่ในวงแคบ

แต่ว่าผลกระทบทางอ้อมของเศรษฐกิจถดถอยในอเมริกา ในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศอื่นๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยมีค่อนข้างสูง

สำหรับประเทศไทย วิกฤตทางการเงินสหรัฐที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างจะแรง เพราะปัญหาของสหรัฐฯจะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวตาม ทำให้การท่องเที่ยวลดลงมาก เพราะฉะนั้นสองส่วนคือ การท่องเที่ยวลดลง ความต้องการสินค้าไทยลดลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย

2. จากการที่ต้องเผชิญการชะลอตัวกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก
วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทำให้ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า สภาพคล่องเริ่มเห็นสัญญาณตึงตัว

วิกฤตสถาบันการเงินของสหรัฐ ส่งผลกระทบแรงกว่าที่คาดการ แรงกดดันเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย ส่งผลสะเทือนต่อการส่งออกและเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะสินค้าส่งออก เพราะประเทศเหล่านี้เป็นตลาดสำคัญ อัตราการเจริญเติบโตจะลดลง การว่างงานเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มของสินค้าส่งออกลดลง

3. ผลกระทบต่อไทยด้านสภาพคล่องจากเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐหายนั้นไป ทำให้วิกฤติการเงินสหรัฐ ลุกลามกลายเป็นวิฤตการเงินโลก

ปัจจุบันไม่ว่าในเอเชียหรือยุโรปมีแนวโน้มการตกลงทำธุรกรรมการเงินโลก ทั้งการกู้ การค้า การลงทุน อาจต้องเปลี่ยนจากดอลลาร์เป็นเงินสกุลอื่น เช่น เงินสกุลเอเชีย ที่เริ่มเกาะกลุ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น มีการออกหลักทรัพย์เป็นเงินสกุลเอเชียร่วมกันมากขึ้น เงินสกุลเอเชียจะมีบทบาทมากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรเอเชีย โดยมองไปที่เงินเยน เงินหยวนและเงินวอน


น.ส. วราภรณ์ วงจันทา
4901202120